แฟรนไชส์หน้าบ้าน
แฟรนไชส์หน้าบ้าน กุยช่ายสวรรค์ ไม่เสียค่าเช่า
คืนทุนไว กำไร 60%
ถ้าคุณมีพื้นที่หน้าบ้านว่างอยู่ แฟรนไชส์หน้าบ้านของกุยช่ายสวรรค์ขุมทรัพย์เมืองนนท์ คือวิธีเปลี่ยนพื้นที่นั้นให้เป็นรายได้เสริมได้ง่าย ๆ ไม่ต้องเสียค่าเช่ารายเดือน ไม่มีควันรบกวนเพื่อนบ้าน ได้วัตถุดิบพร้อมขาย กับกำไรสูงถึง 60% แถมยังเริ่มขายได้เลยทันทีที่วัตถุดิบมาถึง
ทำไมต้องเปิดร้านหน้าบ้านกับเรา?
ไม่ต้องเสียค่าเช่ารายเดือน
กำไร 60% ขึ้นไป
ไม่มีควัน ไม่รบกวนเพื่อนบ้าน
คืนทุนไวใน 3–30 วัน
ทำไมหน้าบ้านคือทำเลทองที่คนมองข้าม?
คนส่วนใหญ่มักมองข้ามพื้นที่หน้าบ้านตัวเองแล้วไปหาทำเลเช่า ทั้งที่จริง ๆ หน้าบ้านมีข้อได้เปรียบที่ทำเลเช่าสู้ไม่ได้เลย
- ค่าเช่าเป็นศูนย์: ต้นทุนคงที่ต่ำกว่า คืนทุนเร็วกว่า กำไรสุทธิที่เหลือมากกว่าทุกวัน
- เปิด-ปิดได้ตามใจ: จะขายแค่ช่วงเช้า เย็น หรือเฉพาะวันหยุดก็ได้ ไม่มีสัญญาผูกมัด
- ลูกค้าประจำสร้างได้ง่ายกว่า: เพื่อนบ้านที่ซื้อครั้งแรกแล้วชอบ จะกลับมาซื้อซ้ำเองเพราะอยู่แค่หน้าบ้าน ไม่ต้องพึ่งคนเดินผ่าน
- ความเสี่ยงต่ำกว่ามาก: ถ้ายอดขายยังไม่ดีในช่วงแรก ก็ไม่มีค่าเช่าที่กดดันให้ต้องรีบตัดสินใจ
ขายอะไรดีหน้าบ้าน? กุยช่ายสวรรค์คือคำตอบ
“ขายอะไรดีหน้าบ้าน?” เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย คำตอบไม่ใช่แค่ “อะไรก็ได้ที่ขายดี” แต่ต้องเป็นสินค้าที่เหมาะกับบริบทของหน้าบ้านโดยเฉพาะ ไม่มีควัน ไม่มีกลิ่นรุนแรง เตรียมง่าย และขายคล่องพอที่จะทำกำไรได้จริงในเวลาขายสั้น ๆ กุยช่ายสวรรค์ตอบโจทย์ครบทุกข้อนั้น
1. ไม่มีควัน ไม่รบกวนเพื่อนบ้าน
วัตถุดิบสำเร็จรูปจากโรงงาน OEM มาตรฐาน แค่แกะซองแล้วทอด ไม่ต้องหั่นผักหรือหมักแป้งหน้าบ้าน ไม่มีกลิ่นคาวสะสม อีกทั้งการทอดด้วยเตาไฟฟ้าทำให้ไม่มีควันที่ลอยไปรบกวนเพื่อนบ้าน กลิ่นหอมที่ได้คือกลิ่นดึงดูดลูกค้า ไม่ใช่มีกลิ่นเหม็นที่ทำให้เพื่อนบ้านร้องเรียน เปิดร้านได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความสัมพันธ์ในชุมชน
2. ใช้พื้นที่น้อย เพียง 1.5 × 1.5 เมตร
คีออสก์ขนาดเล็กกะทัดรัด วางได้ในพื้นที่หน้าบ้านทั่วไป ไม่ต้องดัดแปลงหรือปรับปรุงพื้นที่ เพียงต่อปลั๊กไฟและมีแหล่งน้ำใกล้เคียงก็พร้อมขายได้ทันที ไม่ต้องมีหน้าร้านขนาดใหญ่หรือพื้นที่กว้างขวาง พื้นที่หน้าบ้านทั่ว ๆ ไปก็เพียงพอ
3. เมนูที่คนในชุมชนซื้อซ้ำทุกวัน
กุยช่ายเป็นของว่างยอดนิยมที่คนทุกวัยคุ้นเคยมาหลายสิบปี ไม่ใช่กระแสชั่วคราวที่ขายดีช่วงแรกแล้วหาย ลูกค้าเพื่อนบ้านที่เคยซื้อครั้งแรกมักกลับมาซื้อซ้ำเป็นประจำเพราะความสะดวกและรสชาติที่คุ้นเคย สร้างรายได้สม่ำเสมอทุกวันโดยไม่ต้องลงทุนทำการตลาดเพิ่ม
4. กำไรสูง 60% ขึ้นไป เพราะค่าเช่าเป็นศูนย์
ต้นทุนวัตถุดิบอยู่ที่ 40% ของราคาขาย กำไรขั้นต้นจึงสูงถึง 60% ซึ่งสูงกว่าของทอดทั่วไปในตลาดที่ margin มักอยู่ที่ 30–40% เมื่อรวมกับข้อได้เปรียบที่ค่าเช่าเป็นศูนย์บาท กำไรสุทธิที่เหลือในมือจึงมากกว่าการขายในทำเลเช่าอย่างเห็นได้ชัด
แฟรนไชส์กุยช่ายสวรรค์ เลือกแพ็กเกจที่เหมาะกับหน้าบ้านคุณ
แฟรนไชส์หน้าบ้านงบน้อยที่เหมาะสมไม่ใช่แค่ราคาถูกที่สุด แต่คือแพ็กเกจที่เหมาะกับหน้าบ้านคุณมากที่สุด ขุมทรัพย์เมืองนนท์มี 3 แพ็กเกจที่ออกแบบมาสำหรับความพร้อมที่ต่างกันในหลาย ๆ ด้าน
ชุดทดลองขาย ไม่เกิน 10,000 บาท
เหมาะสำหรับหน้าบ้านที่มีกระทะ เตา และโต๊ะอยู่แล้ว ได้วัตถุดิบสูตรลับกุยช่ายสวรรค์ คู่มือ SOP วิดีโอดูซ้ำได้ไม่จำกัด ชุดปรุงสำเร็จรูปควบคุมรสชาติ และสิทธิ์ในการใช้แบรนด์ ทำให้คุณสามารถเริ่มขายได้ทันทีที่วัตถุดิบมาถึง แต่ยังไม่รวมเคาน์เตอร์และป้ายไฟ เหมาะสำหรับคนที่อยากทดลองตลาดก่อนลงทุนใหญ่ ดูแพ็กเกจทดลองขายไม่เกิน 10,000 บาท คลิก
ชุด Standard 14,999 บาท (ยอดนิยม)
เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการให้ร้านดูเป็นมืออาชีพตั้งแต่วันแรก ได้เคาน์เตอร์พร้อมป้ายแบรนด์ ป้ายไฟ วัตถุดิบแถมมูลค่ากว่า 13,000 บาท และสอนตัวต่อตัวในวันส่งมอบ คืนทุนไวใน 8–10 วันสำหรับหน้าบ้านที่ไม่มีค่าเช่า เป็นแพ็กเกจที่เจ้าของสาขาหน้าบ้านเลือกมากที่สุด ดูแพ็กเกจ Standard ยอดนิยม คลิก
ชุด Professional ไม่เกิน 50,000 บาท
เหมาะสำหรับหน้าบ้านที่มีพื้นที่กว้างและต้องการขยายเป็นอาชีพหลัก คีออสก์ขนาดใหญ่เกรดพรีเมียม อุปกรณ์สแตนเลสอุตสาหกรรม ระบบ Trainer ดูแลต่อเนื่อง และสิทธิ์ขายครบ 3 เมนูเด็ดจากกุยช่ายสวรรค์ขุมทรัพย์เมืองนนท์ ดูแพ็กเกจ Professional คลิก
ไม่แน่ใจว่าแพ็กเกจไหนเหมาะกับหน้าบ้านคุณ?
สินค้าที่ขายได้ดีหน้าบ้านกับแฟรนไชส์กุยช่ายสวรรค์
แฟรนไชส์อาหาร ขายหน้าบ้านที่ดี ต้องมีมากกว่าหนึ่งเมนูเพื่อเพิ่มยอดขายต่อรายลูกค้า กุยช่ายสวรรค์มี 3 เมนูที่ดึงดูดลูกค้าคนละกลุ่ม ทำให้ลูกค้าเดียวกันซื้อได้มากกว่าหนึ่งอย่างต่อครั้ง
1. กุยช่ายสูตรดั้งเดิม เมนูหลักที่ขาดไม่ได้
สูตรลับ 50 ปีจากตรอกโรงเจตลาดพลู กรอบนอกนุ่มใน รสชาติที่คนทุกวัยตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุคุ้นเคยและชอบ เมนูนี้คือรายได้หลักของทุกสาขา ราคาขาย 40 บาทต่อกล่องเป็นราคาที่จ่ายได้ง่ายและซื้อซ้ำได้บ่อย ลูกค้าเพื่อนบ้านที่กินครั้งแรกแล้วชอบจะกลับมาซื้อซ้ำโดยอัตโนมัติ
2. กุยช่ายเฟรนฟรายส์ ดึงดูดลูกค้าวัยรุ่นและวัยทำงาน
กุยช่ายเฟรนฟรายส์คือการ Re-design ขนมโบราณให้ทันสมัย รูปทรงคล้ายเฟรนช์ฟรายส์ กรอบนาน ทานง่าย เป็นเมนูที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่อาจไม่เคยสนใจกุยช่ายแบบดั้งเดิม ในขณะที่ลูกค้าที่ซื้อกุยช่ายสูตรดั้งเดิมอยู่แล้วมักหยิบเฟรนฟรายส์เพิ่มด้วย ช่วยเพิ่มยอดบิลต่อรายลูกค้าโดยไม่ต้องหาลูกค้าใหม่
3. ลูกชิ้นกุยช่าย เมนู Exclusive ที่คู่แข่งไม่มี
ลูกชิ้นกุยช่ายคือเมนูเฉพาะของกุยช่ายสวรรค์ที่ไม่มีร้านไหนเสิร์ฟ จิ้มกับน้ำจิ้มสูตรพิเศษของแบรนด์ สร้างความแตกต่างและทำให้ร้านหน้าบ้านของคุณไม่เหมือนร้านกุยช่ายทั่วไปในชุมชน เพิ่มยอดขายต่อรายลูกค้าโดยไม่ต้องแข่งกันลดราคา
กำไรและคืนทุน สำหรับแฟรนไชส์หน้าบ้าน
สิ่งที่ทำให้ธุรกิจหน้าบ้าน ลงทุนน้อยอย่างกุยช่ายสวรรค์โดดเด่นกว่าตัวเลือกอื่น คือโครงสร้างต้นทุนที่ได้เปรียบตั้งแต่แรก เมื่อค่าเช่าเป็นศูนย์ กำไรสุทธิต่อวันก็สูงกว่าร้านในทำเลเช่าที่มีต้นทุนคงที่สูง
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| ยอดขายต่อวัน (80 กล่อง × 40 บาท) | 3,200 บาท |
| ต้นทุนวัตถุดิบ (40%) | 1,280 บาท |
| กำไรขั้นต้น | 1,920 บาท |
| ค่าใช้จ่ายอื่น (ไฟฟ้า น้ำ) | 100 บาท |
| ค่าเช่า (ข้อได้เปรียบหน้าบ้าน) | 0 บาท |
| กำไรสุทธิต่อวัน | ~1,820 บาท |
| คืนทุนชุด Standard (14,999 บาท) | 6–8 วัน |
หากเปรียบเทียบกับทำเลเช่า ถ้าเช่าที่วันละ 300 บาท กำไรลดลงเหลือประมาณ 1,520 บาท และคืนทุนช้าลงไปอีก 2–3 วัน นี่คือข้อได้เปรียบของการขายหน้าบ้านที่หลายคนมองข้ามไป
หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างอ้างอิงจากสาขาที่ขายในชุมชนช่วงเย็น 3–4 ชั่วโมง ผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับทำเลและเวลาที่ขาย
เช็กลิสต์ความพร้อมหน้าบ้านก่อนเปิดร้าน
หน้าบ้านส่วนใหญ่พร้อมกว่าที่คิด แค่ตรวจสอบ 5 ข้อนี้ก็รู้แล้วว่าเริ่มได้เลยหรือไม่
1
พื้นที่อย่างน้อย 1.5 × 1.5 เมตร
เพียงพอสำหรับวางคีออสก์หรือโต๊ะพับและทำงานได้สบาย ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ใหญ่ หน้าบ้านทั่วไปในหมู่บ้านหรือชุมชนมักมีพื้นที่เพียงพออยู่แล้ว
2
มีปลั๊กไฟใกล้หน้าบ้าน
สำหรับต่อเตาทอดไฟฟ้าซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักในการทำกุยช่ายทอด ถ้าปลั๊กอยู่ด้านในบ้าน ก็สามารถต่อสายพ่วงออกมาได้
3
มีแหล่งน้ำใกล้เคียง
สำหรับล้างมือ ล้างอุปกรณ์ และดูแลความสะอาดหน้าร้านให้ดูน่าเชื่อถือ เพราะความสะอาดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าในชุมชนกล้าซื้อซ้ำ
4
มีคนสัญจรหน้าบ้านพอสมควร
5
มีเวลาขายอย่างน้อย 3–4 ชั่วโมงต่อวัน
ช่วงเช้า 6:00–9:00 น. สำหรับคนออกไปทำงานและส่งเด็ก และช่วงเย็น 16:00–20:00 น. สำหรับคนกลับบ้าน คือ Golden Time ของการขายของว่างในชุมชน แค่วันละ 3–4 ชั่วโมงก็สร้างรายได้สุทธิกว่า 1,500 บาทได้
เมื่อดูเช็กลิสต์แล้วพบว่าหน้าบ้านของคุณมีพร้อมอย่างน้อย 3 ข้อ ก็พร้อมแล้วสำหรับการเปิดแฟรนไชส์กุยช่ายสวรรค์ขุมทรัพย์เมืองนนท์ เปลี่ยนพื้นที่ว่างหน้าบ้านเป็นแหล่งรายได้ที่ไม่ต้องลงทุนเช่าได้เลย
สิ่งที่ทำให้กุยช่ายสวรรค์เป็นแฟรนไชส์หน้าบ้านที่ดีกว่าตัวเลือกอื่น
ขายของหน้าบ้าน ได้เงินจริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเลือกสินค้าและแบรนด์ที่ใช่หรือเปล่า กุยช่ายสวรรค์มีจุดแตกต่างที่ชัดเจนจากแฟรนไชส์อาหารอื่น ๆ ที่ขายหน้าบ้านได้
Zero Waste, Zero Prep ไม่เลอะหน้าบ้านเลย
วัตถุดิบแพ็กสำเร็จรูปจากโรงงาน ไม่ต้องหั่นผักหรือหมักแป้งเองหน้าบ้าน แค่แกะซองแล้วลงมือทอด ทำให้หน้าร้านสะอาด หน้าบ้านไม่เลอะ ไม่มีเศษผักหรือน้ำล้างวัตถุดิบที่ทำให้หน้าบ้านดูรกและเพื่อนบ้านไม่พอใจ
สูตรลับ 50 ปี จากตรอกโรงเจตลาดพลู ลูกค้าคุ้นเคยทันที
ลูกค้าในชุมชนที่เคยกินกุยช่ายมาตลอดชีวิตจะจดจำรสชาตินี้ได้ทันที และกลับมาซื้อซ้ำโดยไม่ต้องโน้มน้าว ไม่ต้องพิสูจน์ตัวเองว่ากุยช่ายร้านนี้อร่อยไหม เพราะแบรนด์พิสูจน์มาแล้ว 50 ปี ข้อได้เปรียบนี้ทำให้สร้างฐานลูกค้าประจำได้เร็วกว่าการเริ่มแบรนด์ใหม่มาก
ไม่ต้องมีประสบการณ์ทำอาหาร
แบรนด์ที่มีตัวตน 100+ สาขาทั่วประเทศ
คำถามที่พบบ่อย — แฟรนไชส์หน้าบ้าน
แฟรนไชส์หน้าบ้านกุยช่ายสวรรค์มีกลิ่นหรือควันรบกวนเพื่อนบ้านไหม?
ไม่มี เพราะวัตถุดิบเป็นสำเร็จรูปจากโรงงาน ไม่ต้องหั่นหรือหมักหน้าบ้าน การทอดกุยช่ายก็ใช้เตาไฟฟ้าซึ่งไม่มีควัน ไม่มีกลิ่นไหม้หรือกลิ่นคาวที่รบกวน เจ้าของสาขาหน้าบ้านส่วนใหญ่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเพื่อนบ้านร้องเรียน
ต้องใช้พื้นที่หน้าบ้านขนาดเท่าไหร่?
เพียง 1.5 × 1.5 เมตรก็เพียงพอสำหรับวางคีออสก์หรือโต๊ะพับ อุปกรณ์ทอด และพื้นที่ยืนทำงาน ไม่ต้องมีหน้าบ้านกว้างขวาง หน้าบ้านทั่วไปในหมู่บ้านหรือทาวน์เฮาส์ก็เพียงพอแล้ว
ขายช่วงเวลาไหนดีที่สุดสำหรับหน้าบ้าน?
ช่วงเช้า 6:00–9:00 น. เมื่อคนออกไปทำงานและส่งเด็กโรงเรียน และช่วงเย็น 16:00–20:00 น. เมื่อคนกลับบ้านและต้องการของว่าง คือ Golden Time ของการขายหน้าบ้าน แค่วันละ 3–4 ชั่วโมงจากสองช่วงนี้ ก็สร้างรายได้สุทธิได้จริงกว่า 1,500 บาทต่อวันได้แล้ว
ถ้าหน้าบ้านไม่มีคนผ่านมาก จะขายได้ไหม?
ได้ เพราะลูกค้าเพื่อนบ้านในชุมชนที่ซื้อซ้ำสม่ำเสมอมีมูลค่าสูงกว่าลูกค้าเดินผ่านทั่วไปมาก แนะนำให้แจกชิมฟรีช่วงแรก 20–30 ชิ้น และโปรโมทในกลุ่ม LINE หมู่บ้านหรือชุมชน เมื่อลูกค้าได้ลองครั้งแรกแล้วชอบ จะกลับมาซื้อซ้ำเองโดยไม่ต้องทำการตลาดเพิ่ม
ต้องมีใบอนุญาตขายอาหารหน้าบ้านไหม?
สำหรับการขายในพื้นที่ส่วนตัวหน้าบ้าน โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาต แต่ถ้าต้องการตั้งโต๊ะล้ำออกไปในที่สาธารณะหรือบนทางเท้า แนะนำให้ตรวจสอบกับเทศบาลหรืออบต.ในพื้นที่ของคุณ ทีมงานขุมทรัพย์เมืองนนท์ช่วยให้คำแนะนำเบื้องต้นได้
แฟรนไชส์หน้าบ้านเหมาะกับคนทำงานประจำด้วยไหม?
เหมาะมาก เจ้าของสาขาหน้าบ้านหลายรายเป็นคนทำงานประจำที่ขายเฉพาะช่วงเย็นหลังเลิกงาน บางรายสร้างรายได้เสริมสูงกว่าเงินเดือนภายใน 2–3 เดือน ความยืดหยุ่นในการเลือกเวลาขายคือข้อได้เปรียบสำคัญของแฟรนไชส์หน้าบ้าน
มีบริการส่งวัตถุดิบให้ถึงบ้านไหม?
มี คุณสั่งวัตถุดิบมาตรฐานผ่านขุมทรัพย์เมืองนนท์ได้ตลอด ส่งตรงถึงหน้าบ้าน ไม่ต้องออกไปรับเอง วัตถุดิบผลิตจากโรงงาน OEM มาตรฐานเดิมทุกรอบ ทำให้รสชาติคงที่เหมือนต้นตำรับไม่ว่าจะสั่งครั้งที่เท่าไหร่
พร้อมเปิดแฟรนไชส์หน้าบ้านแล้วหรือยัง?
พื้นที่หน้าบ้านที่คุณมีอยู่ คือ สินทรัพย์ที่กำลังรอให้ทำงาน กุยช่ายสวรรค์ขุมทรัพย์เมืองนนท์พร้อมมอบทุกอย่างที่คุณต้องการ ตั้งแต่สูตรลับ 50 ปี วัตถุดิบสำเร็จรูปส่งถึงบ้าน อุปกรณ์ครบชุด จนถึงทีม Success Management ที่อยู่เคียงข้างตลอดการดำเนินธุรกิจ สิ่งที่เหลือคือความตั้งใจและเวลา 3–4 ชั่วโมงต่อวันของคุณเอง
หากต้องการดูข้อมูลแพ็กเกจ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่:
โทร 095-116-6415 หรือ LINE: @khumsupmuangnont